ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement - NDM

ชีวิตของชาวนา ไม่ใช่เรื่องที่จะมา “บอกปัด”

การแก้ปัญหาของชาวนาที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องเรียนรู้คือ ชีวิตของชาวนาไม่ใช่เรื่อง “บอกปัด”

ในขณะที่ ญาติ และเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตระบุว่า สาเหตุของการฆ่าตัวตายครั้งนี้คือ เรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

“นายนิทัศน์ ปั้นแปลก อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สาเหตุที่นายศุภกิจผูกคอตายในครั้งนี้ มีอยู่เรื่องเดียวคือปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ และเครียดในเรื่องของหนี้สินจำนวนมาก มีภาระต้องเลี้ยงดูส่งเสียลูกเรียนถึง 4 คน เท่าที่ทราบนายศุภกิจเป็นหนี้สหกรณ์การเกษตรอำเภอบางมูลนาก และ สถาบันการเงินต่างๆ รวมแล้วเกือบ 1 ล้านบาท และข้าวนาปีหอมมะลิ 105 ก็ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ตรงนี้น่าจะเป็นสาเหตุ เพราะคงไม่มีเรื่องอื่น”

“นายวิทยา อินสำเภา อายุ 44 ปี ชาววังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนนายศุภกิจจะเสียชีวิต ได้มาหาตนที่บ้าน และคุยกันเรื่องเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งผู้ตายเปรยๆ ว่า ปีนี้ราคาข้าวไม่ดี หนี้สินก็มาก ทำนากว่า 80 ไร่ คงไม่พอใช้หนี้ พอมาเจอปัญหาแบบนี้คงหาทางออกไม่ได้จึงผูกคอตายดังกล่าว”

อ้างอิงจาก : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/725950

แทนที่รัฐบาลจะรีบเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด กลับออกมาให้ข้อมูลว่า ผู้ตายไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาชีพชาวนา แต่เป็นช่างแอร์ที่มีหนี้สินมาก

อ้างอิงจาก : http://www.matichon.co.th/news/347934

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลทหารไม่ได้มีความจริงใจที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของชาวนา เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้ที่เป็นรัฐบาลจะไม่สามารถรู้ราคาข้าว หรือผลผลิตข้าวในปีนี้ว่าจะมีข้าวมากน้อยเพียงใด และราคาจะอยู่ที่ระดับไหน แต่ก่อนหน้านี้กลับไม่มีมาตราการใดๆ ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น จนในที่สุดชาวนาเริ่มหาทางออกด้วยตัวเอง บางรายลุกขึ้นสู้ผลักดันการขายข้าวด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่วายถูกรัฐบาลทหารมองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่ที่น่าเศร้าบางรายตัดสินใจจบชีวิตของตัวเอง กลับถูกรัฐบาลทหารเมินเฉย และบอกปัดว่าเขาไม่ใช่ชาวนา และการฆ่าตัวตายไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับราคาข้าวที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี

เราเคยเชื่อว่าในหัวใจที่แห้งเหือดของผู้ปกครองเหล่านั้น จะยังคงมีสิ่งที่เรียกมนุษยธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เราคิดผิด เพราะแม้แต่คำว่า “ขอโทษ” เราก็ไม่เคยได้ยินมัน

democracymovement