ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement - NDM

กองทัพไทย: ทุจริต แต่พ้นผิดอยู่ร่ำไป

ประเทศไทยให้ความสนใจต่อข่าวการทุจริตคอร์รัปชันเป็นอย่างยิ่ง ในหลายๆ ครั้งการทุจริตเป็นเหตุผลข้ออ้างในการโค่นล้มรัฐบาล หรือปูทางเข้าไปตรวจสอบการใช้อำนาจต่างๆ ได้โดยง่าย ทั้งยังส่งผลให้เกิดความสั่นคลอนในองค์กรของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตอีกด้วย

 

ปัญหาการทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกภาคส่วนของสังคม แต่แต่ภาคส่วนที่ถูกยกเอาปัญหาทุจริตขึ้นมาโจมตีอย่างรุนแรงเป็นประจำกลับมีแต่ภาคการเมือง ไม่ว่าจะนักการเมืองเลว นักกินบ้านกินเมือง นักการเมืองเป็นต้นธารของการทุจริต ซึ่งในความเป็นจริงนักการเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาการทุจริตเท่านั้น ยังมีภาคส่วนอื่นๆ ที่มีปัญหาการทุจริตเช่นกัน เช่น ราชการ กองทัพ ทว่ากลับไม่ถูกตรวจสอบหรือโจมตีอย่างเข้มข้นเท่ากับภาคการเมือง ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็เกื้อหนุนซึ่งกันและกันในการทุจริตงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน

 

กองทัพมีส่วนสำคัญในปัญหาการทุจริตมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้จ่ายงบประมาณเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน หรือการจัดซื้อยุทโธปกรณ์และจัดทำโครงการต่างๆ ซึ่งหากเราถามประชาชนทั่วไปว่ากองทัพมีการทุจริตหรือไม่ แทบทุกคนคงจะตอบว่ามี แต่ทำไมสังคมจึงยังนิ่งเฉย ไม่มีการเคลื่อนไหวต่อต้านและตรวจสอบอย่างเข้มงวดอย่างที่ทำกับนักการเมือง จนถึงกับมีคำกล่าวกันว่ากองทัพคือแดนสนธยาที่ไม่มีใครเข้าไปล่วงรู้การทุจริตหรือการใช้งบประมาณได้

 

ซึ่งก็น่าจะเดาสาเหตุได้โดยง่ายว่า เพราะกองทัพเป็นผู้ทรงอำนาจที่แท้จริงในสังคมไทย ที่ทุกคนหวาดกลัวและไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงคัดค้านต่อต้าน และยิ่งไปกว่านั้นกองทัพเองก็พยายามโฆษณาชวนเชื่อ แสดงภาพลักษณ์ของตนว่าเป็นผู้ปกป้องรักษาประเทศ เรื่องทุจริตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก หรือหากเกิดก็ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไร เพราะกองทัพมีระบบตรวจสอบกันภายใน ที่อุปโลกน์เองว่าน่าเชื่อถือ สุดท้ายเรื่องราวก็มักจะจบลงว่าไม่มีการทุจริต หรือ เลี่ยงไปใช้คำอธิบายอื่นแทนว่าสิ่งนี้ไม่ใช่การทุจริต
ยิ่งไปกว่านั้นในบางยุคบางสมัยที่กองทัพเป็นผู้ทรงอำนาจปกครองในแผ่นดิน การตรวจสอบการใช้อำนาจของกองทัพก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะจากเดิมที่เราปกครองด้วยระบบกฎหมาย ก็ยังพอมีช่องทางในการควบคุมตรวจสอบได้บ้าง แต่ถ้าอยู่ภายใต้ระบอบที่หันปากกระบอกปืนจ่อหัวประชาชนได้ทุกเวลา ต่อให้มีกฎหมายก็ยากที่จะเข้าไปตรวจสอบ เพราะความหวาดกลัวต่อภยันตรายที่จะเข้ามาถึงตัวเราเอง

 

โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ประเทศไทยถูกปกครองโดยคณะรัฐประหาร นำโดย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีปัญหาการทุจริตของกองทัพเช่นกัน และลามมาถึงปัญหาทุจริตของรัฐบาลทหารที่ได้รับการปกป้องโดยกองทัพ ซึ่งหลายกรณีก็ปรากฏเด่นชัด แต่ก็ยังพยายามกลบเกลื่อน ปิดบังไม่ให้สังคมได้รับรู้ ปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้นในยุคนี้มีตั้งแต่การทุจริตงบประมาณ จนถึงการเอื้อเฟื่อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง หรือผลประโยชน์ทับซ้อนอื่นๆ ที่น่ารังเกียจ ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทัพเองเคยใช้โจมตีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาก่อน แต่พอถึงคราวของตัวเองกลับเงียบเฉย ทั้งยังอ้างความสงบเรียบร้อยปิดปากผู้ที่จะตรวจสอบหรือตั้งคำถามกับพวกตน
ส่วนองค์กรตรวจสอบทุจริตก็เป็นที่ปรากฏชัดว่าอ่อนแอเสียเหลือเกิน องค์กรเหล่านี้กลับไม่ขยันปฏิบัติหน้าที่เหมือนตอนตรวจสอบภาคการเมือง หลายครั้งที่เราเห็นผู้มีอำนาจในการตรวจสอบรีบออกมาพูดว่ากองทัพน่าจะไม่มีการทุจริต การใช้งบประมาณของกองทัพน่าจะโปร่งใส จนทำให้นึกถึงสุภาษิตที่ว่า แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่เสียแล้ว ซึ่งก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า พวกเขามีความละอายใจหรือไม่ต่อการเป็นส่วนหนึ่งในการทุจริตของกองทัพ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำในองค์กรตรวจสอบการทุจริตในบางองค์กร ก็ปรากฏความสัมพันธ์ใกล้ชิดต่อผู้ทรงอำนาจในรัฐบาลทหารหรือกองทัพ แล้วจะให้ประชาชนเชื่อถือต่อการใช้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบได้อย่างไรกัน?

 

การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันไม่อาจเป็นจริงได้ภายใต้ระบอบเผด็จการ องค์กรต่างๆ ที่จะตรวจสอบการทุจริตได้จริงนั้น ต้องไม่มีที่มาจากการแต่งตั้งโดยใครคนใดคนหนึ่งหรือคณะใดคณะหนึ่งที่มีฐานะเป็นผู้ใช้อำนาจที่ต้องถูกตรวจสอบเสียเอง หรืออาจถูกให้คุณให้โทษจากผู้ถูกตรวจสอบได้ อีกทั้งต้องมีความยึดโยงกับประชาชน มีที่มาจากการเลือของประชาชน ทำงานโดยรับผิดชอบต่อความวางใจของประชาชน ผู้ซึ่งเป็นผู้ที่จะเสียผลประโยชน์จากการทุจริตมากที่สุด

 

ซึ่งระบอบที่จะตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดีที่สุดนั้น เห็นเป็นอื่นไม่ได้นอกจากประชาธิปไตย

 

ดังนั้น หากคนไทยให้ความสนใจต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจริงๆ ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องร่วมกันเรียกร้องระบอบประชาธิปไตย รวมถึงเรียกร้องให้เกิดการจัดการกับบางภาคส่วนที่มีสถานะพิเศษที่ทำให้รอดพ้นจากข้อหาทุจริต (เช่น กองทัพ) จริงๆ เสียที

democracymovement