ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement - NDM

ตัวแทนNDM, แรงงาน เข้าพบ UN แจงสถานการณ์ประชามติ

ในวันนี้เมื่อเวลา 13.00 น. รักษ์ชาติ วงศ์อธิชาติ และ กรชนก ชนะคูณ 2 ใน 13 คนที่ถูกแจ้งข้อหาจากกรณีการแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ พร้อมด้วย ชลธิชา แจ้งเร็ว ตัวแทน NDM และจิตรา คชเดช ตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ได้เข้าพบตัวแทนขององค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

 

1. การพยายามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และคุกคามประชาชนผู้รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกับฝ่ายที่รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังกรณีที่สมาชิก NDM และสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ได้จัดกิจกรรมแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้กำลังเข้าขัดขวางและควบคุมตัว และการพยายามข่มขู่คุกคามนักกิจกรรมและครอบครัวของนักกิจกรรมในช่วงระหว่างการรณรงค์ประชามติในหลายๆกรณี

2. ความคลุมเครือของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 โดยเฉพาะมาตรา 61 วรรค 2 ที่ห้ามการรณรงค์โดยใช้ถ้อยคำที่ไม่ชัดเจนเป็นเกณฑ์วัด เช่น ผิดไปจากข้อเท็จจริง หยาบคาย รุนแรง ข่มขู่ หรือปลุกระดม ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ปรับสูงสุดถึง 2 แสนบาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนานสุดถึง 10 ปี

3. การบังคับใช้กฎหมายควบคุมการประชามติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ดังกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 โดยเฉพาะมาตรา 61 วรรค 2 ด้วยตนเองทั้งที่ยังมีปัญหาว่าจะต้องให้ กกต. เป็นผู้ตีความว่าเข้ากรณีตามมาตราดังกล่าวก่อนแล้วจึงแจ้งข้อหาได้หรือไม่ หรือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ส่งผลให้การรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแม้ว่าจะไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ก็ตาม ส่งผลให้มีผู้รณรงค์ 7 คนต้องถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำในขณะนี้

4. การกดดันผู้ที่ถูกฝากขังในเรือนจำ ทั้งโดยการใช้ให้ทำงานต่างๆ ในเรือนจำทั้งที่เป็นเพียงผู้รอการพิจารณาคดีเท่านั้น ยังไม่ถือเป็นผู้ต้องโทษแต่อย่างใด หรือการไม่ดูแลผู้ถูกฝากขังที่เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างที่ประชาชนทั่วไปพึงได้รับการปฏิบัติ

 

ซึ่ง NDM และคณะได้มีข้อเสนอให้ UN ดำเนินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

1. ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมผู้ถูกฝากขังทั้ง 7 คนและผู้รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

2. ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์การพิจารณาคดีของผู้รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 13 คน

3. ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

4. ขอให้มีมาตรการใดๆ เพื่อกดดันรัฐบาล คสช. ให้หยุดคุกคามประชาชนผู้รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และให้เสรีภาพในการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

 

ทั้งนี้ตัวแทนของ UN ได้รับฟังข้อมูลดังกล่าว และแสดงความกังวลต่อการปิดกั้นเสรีภาพในการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิของประชาชนผู้รณรงค์ รวมถึงจะมีการปรึกษาหารือกันภายในองค์กรเพื่อมีมาตรการต่อสถานการณ์การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญต่อไป

democracymovement