ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement - NDM

กรณีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์

ข้อเรียกร้องของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (New Democracy Movement – NDM) ต่อกรณีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์

         ในเบื้องต้นจะขอเท้าความก่อนว่าขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้ทำอะไรในกรณีอุทยานราชภักดิ์บ้าง

         ขบวนการประชาธิปไตยใหม่เริ่มทำประเด็นการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์นับตั้งแต่ได้ลงบทความ “ราชภักดิ์คอร์รัปชัน” ในหนังสือพิมพ์ก้าวข้าม ฉบับเดือนพฤศจิกายน ในบทความได้ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นทัศนคติที่ประชาชนมีต่อผู้จัดโครงการที่เป็นทหารที่เป็นเหตุให้เชื่อว่าโครงการนี้ไม่น่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งนับว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

         ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จัดกิจกรรมนิทรรศการลายพรางโกงชาติ ที่หอประชุมศรีบูรพา ปรากฏว่าทหารได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเก็บบอร์ดนิทรรศการบางส่วนของเราไม่ให้จัดแสดง อีกทั้งในช่วงท้ายงานยังให้ทางมหาวิทยาลัยมาตัดไฟหอประชุมก่อนกิจกรรมสิ้นสุด ทั้งที่ทางเราได้ขออนุญาตใช้สถานที่อย่างถูกต้องแล้ว

      และกิจกรรมล่าสุดที่ขบวนการประชาธิปไตยใหม่มีส่วนในการสนับสนุนก็คือกิจกรรมนั่งรถไฟส่องแสงหากลโกงของกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาเมื่อสามวันที่ผ่านมา ที่ทหารก็ได้สกัดขบวนรถไฟและจับกุมตัวผู้จัดและผู้ร่วมกิจกรรมไปสอบปากคำ ยังไม่นับว่าในวันนั้นมีมวลชนฝ่ายตรงข้ามมาแสดงการคุกคามโดยที่ทหารดูจะปล่อยปละละเลยกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ได้ดูแลควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มงวดทั้งที่สามารถกระทำได้

         การเข้ามาจับประเด็นอุทยานราชภักดิ์นั้นทำให้ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้ติดตามสถานการณ์และข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และได้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าสงสัยหลายประการ โดยขอสรุปหัวข้อที่น่าสนใจไว้ดังนี้

  1. การหักค่าหัวคิวการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ โดยมีรายงานข่าวว่าโรงหล่อทุกแห่งได้รับการติดต่อจากเซียนพระรายหนึ่งที่เป็นกรรมการจัดสร้าง ซึ่งภายหลังเป็นที่เปิดเผยว่าคือนายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือเซียนอุ๊ กรุงสยาม มีการนัดคุยตกลงงานที่กรมกิจการกองทัพบก และมีโรงหล่อ 5 แห่งที่ให้การว่าเซียนอุ๊ได้หักค่าหัวคิวการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ มีทั้งที่คิดเป็นจำนวนเงิน และเป็นอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินจัดสร้าง ต่อมามีรายงานข่าวว่ามีการเรียกให้เซียนอุ๊คืนเงินค่าหัวคิวจำนวนกว่า 20 ล้านบาทแก่มูลนิธิหมดแล้ว
  2. ราคาต้นปาล์มที่ใช้ประดับอุทยาน ที่มีรายงานข่าวว่ามีการซื้อมาในราคาต้นละ 100,000 บาท ในขณะที่ราคากลางตามท้องตลาดอยู่ที่ต้นละ 12,000 บาท อย่างไรก็ตาม คุณกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา เจ้าของต้นปาล์มออกมากล่าวว่าได้บริจาคให้โดยไม่ได้คิดเงิน และในภายหลัง พลเอกธีรชัย นาควานิช ยังออกมากล่าวอีกว่าต้นปาล์มมีราคาสูงถึงต้นละ 300,000 บาท
  3. การใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดสร้าง จากที่ทหารออกมาบอกว่าดำเนินงานด้วยเงินบริจาคทั้งหมด แต่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลับตรวจพบว่า เงินที่ใช้ในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ มีส่วนหนึ่งมาจากงบกลางจำนวน 63.57 ล้านบาท โดยผู้ที่รับผิดชอบในการสั่งจ่ายเงินในส่วนนี้ คือ แผนกสั่งจ่ายงบประมาณ สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก สั่งจ่ายให้กรมยุทธโยธาทหารบก เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง รวมไปถึงเงินงบประมาณที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) อนุมัติสนับสนุนให้แก่กองทัพบกอีก 88 ล้านบาท
  4. กิจกรรม “ราชภักดิ์ Bike&Concert” แทนคุณแผ่นดิน ที่มีรายงานข่าวทั้งเรื่องการเรียกรับเงินจากบริษัทเอกชนสำหรับการทำเสื้อกิจกรรม การหักค่าส่วนต่างการการทำเสื้อ 5.9 ล้านบาท จากวงเงิน 11.9 ล้านบาทเข้ากระเป๋านายทหารผู้รับผิดชอบ ค่าโต๊ะจีนที่สูงถึง 1 ล้านบาท
  5. ความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล จากที่พลเอกประยุทธ์ออกมากล่าวว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะต้องรับผิดชอบ ทั้งที่ปรากฏหลักฐานว่าคณะรัฐมนตรีมีส่วนรับรู้ถึงรายละเอียดของโครงการนี้ เช่น หนังสือที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งให้รับทราบถึงมติ ครม. เรื่องการสร้างอุทยานราชภักดิ์ หนังสือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รายงานความคืบหน้าการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ให้ที่ประชุม ครม. รับทราบ หรือหนังสือที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทำเพื่อแจ้งให้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เรื่องการบริหารจัดการอุทยานราชภักดิ์ เป็นต้น

         และที่ยิ่งส่อให้เห็นว่าโครงการนี้มีการทุจริตในโครงการนี้จริง ก็คือท่าทีการแสดงออกของบรรดานายทหารทั้งหลาย

         ทั้งการที่มีทหารออกมายอมรับว่ามีการทุจริตจริง ได้แก่พลเอกอุดมเดช สีตะบุตร ประธานมูลนิธิราชภักดิ์ ที่บอกว่ามีการหักหัวคิวจริงแต่ได้รับบริจาคคืนแล้ว หรือกรณีล่าสุดคือพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่บอกยืนยันว่าโครงการนี้มีการทุจริต เพราะผู้ปฏิบัติได้บอกด้วยตัวเองแล้วว่ามีการทุจริต

         ทั้งการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นทหารด้วยกันเอง จึงเป็นการตรวจสอบที่ไม่สามารถเชื่อถือได้ เมื่อถึงวันแถลงข่าว พลเอกธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกก็แถลงไปในทางที่สร้างข้อกังขายิ่งขึ้นไปอีก เช่นที่กล่าวถึงราคาต้นปาล์มที่สูงไปกว่าที่เคยเป็นข่าว การโยนเรื่องค่าหัวคิวไปให้กับพลเอกอุดมเดชตอบ ที่แสดงว่าไม่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้ การที่ไม่สามารถบอกจำนวนเงินบริจาคและค่าจัดสร้างที่แท้จริงได้ หรือเมื่อผู้สื่อนักข่าวถามถึงการเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่าย ก็โต้ตอบกลับด้วยการใช้อารมณ์

         รวมไปถึงการจับกุมตัวผู้ที่จะเดินทางไปจัดกิจกรรมที่อุทยานราชภักดิ์ ทั้งกรณีของกลุ่มประชาธิปไตยศึกษาที่ได้กล่าวไปข้างต้น และกรณีของคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ทหารนำตัวขึ้นรถตู้ไปต่อหน้าต่อตานักข่าว แล้วนำไปกักขังไว้ที่ค่ายทหารในวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยทหารออกมาอ้างว่ากลัวจะสร้างสถานการณ์ทางการเมือง อ้างว่ากลัวจะถูกคนไม่เห็นด้วยทำร้าย ซึ่งเป็นการอ้างที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะการที่จะเกิดสถานการณ์ทางการเมืองขึ้นได้นั้นก็เป็นเพราะการทุจริตมีมูลอยู่จริง ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่เคยที่จะเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา หากโครงการนี้มีความโปร่งใสจริงก็ย่อมไม่มีวันที่จะถูกนำไปสร้างสถานการณ์ทางการเมืองได้ และการกลัวคนทำร้ายไม่เป็นเหตุผลที่จะบังคับไม่ให้ใครเดินทางไปได้ เพราะการเดินทางเป็นเสรีภาพที่จะกระทำได้ การทำร้ายผู้อื่นต่างหากที่กระทำไม่ได้ หน้าที่รัฐบาลจึงไม่ใช่สกัดกั้นการเดินทางของประชาชน หากแต่ต้องควบคุมและหยุดยั้งไม่ให้ใครมาก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นได้

         จากสิ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าทหารและ คสช. ไม่ได้มีความจริงใจที่จะเปิดเผยข้อมูลโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ให้เป็นที่รับรู้แก่ประชาชนเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เราได้สัมผัสคือถ้อยแถลงที่คลุมเครือ กลับกลอก การเล่นละครตรวจสอบในหมู่ผู้มีส่วนได้เสียด้วยกันเอง และความพยายามขัดขวางการริเริ่มตรวจสอบจากภาคประชาชน ถึงขนาดข่มขู่ว่าจะปล่อยให้เผชิญความเสี่ยงตามยถากรรม ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า เราไม่อาจคาดหวังให้ทหารและกลไกของระบอบ คสช. เป็นผู้บอกกล่าวความจริงได้อีกต่อไป

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดให้สื่อมวลชนทุกสำนักและภาคประชาชนทุกฝ่ายได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ทั้งหมด เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้โดยทั่วกันว่าข้อมูลใดจริง ข้อมูลใดเท็จ ใครพูดจริง ใครโกหก คสช. และทหารสุจริตหรือโกงกิน และเมื่อข้อเท็จจริงทุกอย่างเป็นที่กระจ่างแล้ว หากพบว่ามีข้อใดที่เรากล่าวเท็จ ก็ขอให้มาฟ้องหมิ่นประมาทกับเราได้ทันที

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (New Democracy Movement – NDM)

10 ธันวาคม 2558

democracymovement